ราคาของ Uniswap เพิ่มขึ้นประมาณ 3% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยซื้อขายใกล้เคียงกับระดับ USD 3.40 อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยนี้กลับซ่อนสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ เพราะในวันนั้น UNI พุ่งขึ้นเกือบ 42% ไปแตะระดับสูงสุดใกล้ USD 4.57 หลังมีข่าวเชื่อมโยง Uniswap กับการขยายกองทุนโทเคนของ BlackRock

หลังจากนั้น ผู้ขายได้ลดทอนมูลค่าราว 26% จากการพุ่งขึ้นดังกล่าว เหตุการณ์นี้นำไปสู่คำถามสำคัญว่า การพุ่งขึ้นที่เกี่ยวข้องกับสถาบันครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มที่แท้จริง หรือเป็นกับดักสำหรับนักลงทุนรายย่อยกันแน่

ราคา Uniswap พุ่งขึ้นในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ จากแรงซื้อของนักลงทุนรายย่อย

การปรับตัวขึ้นในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ

บนกราฟ 12 ชั่วโมง ราคาของ Uniswap ได้สร้างโครงสร้างขาขึ้นมาตั้งแต่กลางเดือนมกราคม ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม ถึงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ UNI สร้างจุดต่ำลงใหม่ ขณะที่ Relative Strength Index หรือ RSI กลับสร้างจุดต่ำสูงขึ้น RSI วัดแรงโมเมนตัมโดยติดตามแรงซื้อและแรงขาย ดังนั้นเมื่อราคาลดลงแต่ RSI สูงขึ้น จึงเป็นสัญญาณ bullish divergence ที่มักบอกว่าความกดดันจากฝั่งขายกำลังอ่อนแรงลง

ต้องการข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโทเคนเพิ่มเติมหรือไม่? สมัครรับจดหมายข่าวคริปโตประจำวันที่เขียนโดยบรรณาธิการ Harsh Notariya ได้ที่ ที่นี่

divergence ดังกล่าวแนะนำว่าการฟื้นตัวกำลังเริ่มก่อตัวขึ้น

และสัญญาณนี้ได้รับการยืนยันในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ในวันนั้น On-Balance Volume หรือ OBV ได้ทะลุเส้นแนวโน้มขาลงระยะยาว OBV จะติดตามว่าปริมาณการซื้อขายเคลื่อนเข้าสินทรัพย์หรือออกจากสินทรัพย์ เมื่อ OBV ทะลุขึ้นไปข้างบน มักแสดงถึงการเข้ามาของนักลงทุนรายย่อยมากขึ้น และช่วงเวลาก็มีความสำคัญ

RSI divergence ปรากฏมาต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ส่วน OBV เพิ่งทะลุขึ้นในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พอดีกับตอนที่ข่าวเกี่ยวกับ BlackRock ออกสู่ตลาด แสดงให้นักลงทุนเห็นว่าทุกคนต่างตอบสนองอย่างรุนแรงต่อพาดหัวข่าวนั้นและแห่กันเข้าซื้อ UNI

ด้วยแรงโมเมนตัมและปริมาณที่สอดคล้องกัน ราคาของ Uniswap พุ่งขึ้นไปแตะประมาณ 4.57 USD ภายในหนึ่งเซสชัน แต่โครงสร้างของแท่งเทียนนั้นส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า

บนกราฟ 12 ชั่วโมง แท่งเทียนเบรกเอาต์มีไส้เทียนด้านบนยาวมากและตัวแท่งเทียนเล็ก หมายความว่าผู้ซื้อดันราคาให้สูงขึ้น แต่ผู้ขายกลับดูดซับแรงซื้อได้แทบทั้งหมดก่อนปิดตลาด นี่คือสัญญาณแรกว่ามีอุปทานจำนวนมากอยู่แถว 4.50 USD แม้การปรับขึ้นจะดูรุนแรง แต่แรงขายก็ได้เริ่มต้นไปแล้ว

วาฬขายใกล้ USD 4.57 เป็นเหตุให้ราคาถูกปฏิเสธอย่างรุนแรง

ไส้เทียนยาวเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ไม่ได้เกิดจากแรงขายสุ่มสี่สุ่มห้า ข้อมูลจากวาฬชี้ว่าใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลัง

ในวันนั้น อุปทานที่วาฬถือครอง Uniswap ลดลงอย่างรวดเร็วจากประมาณ 648.46 ล้าน UNI เหลือ 642.51 ล้าน UNI หรือคิดเป็นการลดลงราว 5.95 ล้านโทเคน ที่ราคาใกล้ 4.57 USD นี่แปลว่าเกิดแรงขายราว 27 ล้าน USD

นี่ไม่ใช่การขายทำกำไรของเทรดเดอร์รายย่อย แต่เป็นการกระจายเหรียญอย่างเป็นระบบของกระเป๋าเงินขนาดใหญ่

ขณะผู้ซื้อรายย่อยต่างรีบตามแนวโน้มขาขึ้น วาฬกลับทยอยออกจากตลาดเมื่อราคาสูง เรื่องนี้อธิบายได้ว่าทำไมราคา UNI รักษาระดับเหนือ 4.50 USD ไม่ได้ และทำไมแนวโน้มแรงซื้อถึงพังอย่างรวดเร็ว เมือถือครองรายใหญ่ขายจนหมด แรงซื้อก็อ่อนกำลังลง และเมื่อปราศจากแรงสนับสนุนจากวาฬ ตลาดจึงไม่สามารถรักษาราคาที่สูงไว้ได้

ผลลัพธ์คือการย่อตัวลงอย่างรวดเร็ว จากจุดสูงสุดที่ 4.57 USD ราคาของ Uniswap ร่วงลงประมาณ 26% ผู้ซื้อรายใหม่ส่วนใหญ่จึงขาดทุนทันที เหตุการณ์นี้ยืนยันได้ว่าการพุ่งขึ้นจากข่าว BlackRock กลายเป็นโอกาสในการขายของผู้ถือครองรายใหญ่

ฝั่งรายย่อยคือผู้สร้างดีมานด์ ส่วนวาฬคือผู้สร้างซัพพลาย

กราฟ 4 ชั่วโมงชี้เป้าราคา Uniswap ขยับขึ้นถึงเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว

กรอบเวลาที่สั้นกว่าช่วยอธิบายว่าทำไมการย่อตัวถึงเกิดขึ้นเร็วมาก บนกราฟ 4 ชั่วโมง Uniswap ได้สร้างรูปแบบ inverse head-and-shoulders ภายใน descending channel นี่เป็นโครงสร้างกลับตัวแบบคลาสสิกที่มักบ่งชี้ถึงการเบรกเอาต์ระยะสั้น

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ UNI ได้ทะลุ neckline ของรูปแบบดังกล่าวและไปถึงเป้าหมายที่วัดไว้ใกล้ 4.57 USD อย่างรวดเร็ว ในทางเทคนิคแล้ว รูปแบบนี้ทำเป้าหมายที่วัดไว้สำเร็จเรียบร้อย

ในขณะเดียวกัน เส้น OBV 4 ชั่วโมงแสดงสัญญาณ divergence ได้อย่างชัดเจน โดยระหว่างปลายเดือนมกราคมถึงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ราคา UNI ขยับขึ้น แต่ OBV กลับเคลื่อนไหวลดลง แสดงให้เห็นว่าความแข็งแกร่งของปริมาณซื้อขายเริ่มอ่อนลงทั้งที่ราคายังเพิ่มสูงขึ้น ซึ่ง divergence ด้านลบของ OBV นี้ได้เตือนว่า การเบรกขึ้นดังกล่าวไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากแรงซื้อของรายย่อย นอกจากนี้ OBV ยังมีแนวโน้มขาลงในขณะนี้ สะท้อนว่ารายย่อยต่างขายทำกำไร

เทรดเดอร์รายย่อยยังคงเน้นความเคลื่อนไหวของราคา ขณะที่กลุ่มวาฬให้ความสำคัญกับโครงสร้างราคา ดังนั้นพอผู้ซื้อส่วนใหญ่เริ่มเข้า ตลาดก็เริ่มหมดรอบการขึ้นแล้ว ด้วยราคาที่ลอยอยู่แถว USD3.40 และปริมาณซื้อขายอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าแรงเก็งกำไรเริ่มจางหายไป

ถ้า UNI ยืนเหนือ USD3.21 ได้ ตลาดอาจพยายามกลับมาสะสมกำลัง แต่แนวรับนี้ยังเปราะบาง เพราะอิงกับแรงซื้อระยะสั้น ไม่ใช่การสะสมในระยะยาว

แต่ถ้าราคาร่วงต่ำกว่า USD3.21 น่าจะเกิดแรงขายระลอกใหม่ขึ้นอีก โดยแนวรับถัดไปอยู่บริเวณ USD2.80 ซึ่งเป็นจุดหัวของรูปแบบกลับตัวก่อนหน้า การดิ่งลงมาบริเวณนี้จะลบกำไรที่ได้จาก แรงขับเคลื่อนจาก BlackRock ทั้งหมด

เพื่อเรียกคืนความแข็งแกร่ง ราคาของ Uniswap จำเป็นต้องกลับขึ้นเหนือช่วง USD3.68 ถึง USD3.96 เพราะตอนนี้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นกำแพงสำคัญหลังเบรกไม่สำเร็จและมีเพียงการเคลื่อนไหวเหนือกรอบนี้อย่างต่อเนื่องเท่านั้น ที่จะเปิดทางไปสู่ระดับ USD4.57 ได้อีกครั้ง